29/10/2025
💎🥹
2,634 เม็ด — คือจำนวนเพชรที่ใช้ประดับเข็มกลัดรูปโบว์ขนาดใหญ่ของจักรพรรดินียูเจนีแห่งฝรั่งเศส (มเหสีของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3) ตัวเลขนี้อาจดูมหาศาลสำหรับคนในปัจจุบัน ทว่าในบริบทของประวัติศาสตร์ เข็มกลัดโบว์ชิ้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเข็มขัดเพชรขนาดใหญ่ ที่ประดับด้วยเพชรน้ำงามกว่า 4,000 เม็ด
เครื่องเพชรสุดอลังการที่ว่า ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดแสดงในงาน Universal Exhibition ปี 1855 โดยมีจุดประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพของช่างอัญมณีฝรั่งเศส ทั้งยังใช้เพชรที่เบิกมาจากกรุเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของราชวงศ์โดยเฉพาะ ผลงานชิ้นนี้จึงไม่เพียงสื่อถึงความหรูหรา หากยังสะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบของฝีมือช่างอัญมณีฝรั่งเศสในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ซึ่งสามารถถ่ายทอดความอ่อนช้อยและความพลิ้วไหวให้โลหะอันแข็งแกร่งดูราวกับมีชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง
ภายหลังเมื่อจบงานนิทรรศการ จักรพรรดินียูเจนีเคยนำเข็มขัดเส้นนี้มาสวมในชีวิตจริงอย่างน้อยสองครั้ง ครั้งแรกทรงสวมในงานเต้นรำที่พระราชวังแวร์ซายส์ ในโอกาสที่สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียเสด็จเยือนฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1855 และครั้งที่สองคือในงานเลี้ยงรับรอง ณ ศาลาว่าการเมือง (Hôtel de Ville) ซึ่งจัดขึ้นหลังพิธีรับศีลจุ่มของเจ้าชายหลุยส์ นโปเลียน - พระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวซึ่งประสูติในปี 1856 หลังจากนั้นมาเข็มกลัดสุดอลังการก็ได้ถูกนำไปปรับแบบใหม่โดยเหลือเฉพาะส่วนโบว์และเพิ่มเติมผู้ห้อยสำหรับใช้งานเป็นเข็มกลัดเท่านั้น
เข็มกลัดรูปโบว์ของจักรพรรดินีเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ถูกออกแบบขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะและรสนิยมในสมัยของพระนางมารี อ็องตัวเน็ต รวมถึง ศิลปะร็อกโกโก (Rococo) ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18
จักรพรรดิยูเจนีโปรดปรานศิลปะและงานออกแบบในยุคกษัตริย์หลุยส์ที่ 16 และเห็นพระนางมารี อ็องตัวเน็ตเป็นแรงบัลดาลใจด้านแฟชั่น พระองค์โปรดตกแต่งพระราชวังในสไตล์ย้อนยุค (revival style) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากราชินีผู้เลอโฉมแห่งแวร์ซายส์
ช่วงเวลาของจักรพรรดินียูเจนี นี้ถือเป็นยุคทองของงานออกแบบอัญมณีที่สะท้อนทั้งความหรูหราแบบราชสำนัก และความก้าวหน้าของงานช่างฝรั่งเศส จักรพรรดินียูเจนีเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงาม ความสง่างามและเสน่ห์ของพระองค์เป็นที่กล่าวขวัญทั้งในและนอกประเทศ เมื่อสุภาพสตรีชาวปารีสพยายามเลียนแบบรสนิยมด้านแฟชั่นที่วิจิตรบรรจงของพระองค์ อุตสาหกรรมเครื่องประดับและแฟชั่นก็เฟื่องฟู
งานเลี้ยงรับรองและงานกาล่าต่างๆ มีการกำหนดรูปแบบการแต่งตัวให้ผู้เข้าร่ยมต้องสวมชุดเครื่องประดับที่สร้างสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะ การรับรองที่พระราชวังคองปิแยญส์ (Chateau Compiègnes) กำหนดให้สตรีต้องสวมชุดราตรีที่เปิดคอและไหล่เพื่อให้สามารถสวมใส่เครื่องประดับได้เป็นจำนวนมาก ในขณะที่สุภาพบุรุษต้องสวมเครื่องแบบทหารประดับอินทรธนูสีทองวาววับ
ในรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ทรงโปรดให้มเหสีของพระองค์แต่งกายหรูหราเพื่อแสดงถึงความมั่งคั่งของฝรั่งเศส พระองค์พระราชทานอนุญาตให้นำเครื่องประดับของราชวงศ์เก่ามาสร้างสรรค์ใหม่ในสไตล์ที่จักรพรรดินีโปรดปราน ช่างอัญมณีจึงมีอิสระในการทดลองชิ้นงานใหม่ๆ โดยใช้เครื่องประดับล้ำค่าหาได้ยาก ในยุคนี้ช่างอัญมณีฝรั่งเศสเปลี่ยนจากการใช้ตัวเรือนเงินชุบทองคำมาเป็นตัวเรือนแบบทองคำล้วน ปรับโครงสร้างให้มีความหนาหนักน้อยลง และใช้การจัดเรียงอัญมณีจำนวนมากอย่างละเอียดอ่อน ผลออกมาคือชิ้นงานจำนวนมากในยุคนั้นทำให้งานโลหะมีความพลิ้วไหวเหมือนจริง บรรดากิ่งก้านของดอกไม้ขยับได้ตามการเคลือนไหวของผู้สวมใส่ ส่วนเครืองเพชรที่เลียนแบบโบว์หรือริบบิ้น ก็มีความพลิ้วไหวดุจผ้าซาตินที่ถูกนำมาจับจีบ
อย่างไรก็ดี ยุคสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ล่มสลายหลังฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย จักรพรรดิและจักรพรรดินีต้องลี้ภัยไปประเทศอังกฤษ ต่อมาในปี 1887 รัฐบาลฝรั่งเศสตัดสินใจนำสมบัติของราชวงศ์เก่าออกมาประมูลขาย เข็มกลัดรูปโบว์ของจักรพรรดินียูเจนี ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้งงานที่มีอันต้องลาจากบ้านเกิดเมืองนอน ในตอนแรก เข็มกลัดถูกซื้อต่อโดยแคโรลีน แอสเตอร์ สาวสังคมชื่อดังของสหรัฐอเมริกา และในเวลาต่อมา ดยุกแห่งเวสมินสเตอร์ผู้มั่งคั่งแห่งอังกฤษก็ได้ซื้อเข็มกลัดชิ้นนี้ให้เป็นของขวัญแต่งงานสำหรับลูกสาว - เลดี้เลตทิซ กรอสเวเนอร์ ซึ่งได้เข้าพิธีสมรสกับวิลเลียม ลิกอน เอิร์ลบีแชมป์ที่ 7 ในปี 1902
เข็มกลัดโบว์ของจักรพรรดินียูเจนีถูกได้รับสืบทอดต่อมาโดยลูกสะใภ้ของเลดี้เลดี้เลตทิซ อย่างไรก็ดี ตำแหน่งเอิร์ลบีแชมจบสิ้นลงแค่ในเวลาต่อมาเพราะขาดทายาทชายในการสืบทอด เอลเซ่ - ภรรยาของเอิร์ลบีแชมที่ 8 (ซึ่งเป็นเอิร์ลคนสุดท้าย) ได้ขายเข็มกลัดที่ว่าให้กับห้องอัญมณีในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1980 จากนั้นเครื่องประดับชิ้นสำคัญก็ได้ถูกนำไปจัดแสดงในอีกหลายประเทศ กระทั่งพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้รวมรวมเงินมากถึง 6.72 ล้านยูโร เพื่อซื้อคืนเครื่องประดับชิ้นสำคัญกลับมาเป็นสมบัติของฝรั่งเศสในปี 2008
“หนึ่งในภารกิจสำคัญของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ คือการรวบรวมคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับผลงานศิลปะและวัตถุล้ำค่าที่เคยเป็นสมบัติของราชวงศ์ฝรั่งเศส อัญมณีหลวงถือเป็นส่วนหนึ่งของสมบัติแห่งชาติที่มีความสำคัญยิ่ง และเรารู้สึกยินดีอย่างล้นเหลือที่ได้เห็นเข็มกลัดของจักรพรรดินียูเจนีกลับคืนสู่ฝรั่งเศสอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณสมาคมเพื่อนแห่งลูฟวร์ (Friends of the Louvre) ความเอื้อเฟื้อของคุณและคุณนายรูฟเฟต์ รวมถึงการสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศส”
-อองรี ลัวเร็ต (Henri Loyrette) ประธานพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กล่าว
เงินจำนวน 6.72 ล้านยูโรที่ถูกใช้ในการซื้อคืนสมบัติแห่งชาติ ได้มาจากการระดมทุนของสมาคมเพื่อนแห่งลูฟวร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุนเอกชนรายแรกๆ ของพิพิธภัณฑ์ สมาคมนี้ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักในการจัดซื้อวัตถุที่มีมูลค่าทางศิลปะ โบราณคดี หรือประวัติศาสตร์ เพื่อมอบให้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (และพิพิธภัณฑ์อื่นๆ ในเครือ) โดยประธานสมาคมเพื่อนของลูฟวร์ได้กล่าวว่า พวกเขาตัดสินใจใช้เงินจำนวน 5 ล้านยูโรจากกองมรดกของคุณและคุณนายรูฟเฟต์ ซึ่งได้บริจาคเงินจำนวนมหาศาลในฐานะสมาชิก
การได้เห็นเครื่องประดับชิ้นประวัติศาสตร์กลับคืนสู่แผ่นดินฝรั่งเศส เปรียบเสมือนตอนจบอันงดงามของเทพนิยาย ทว่าความฝันนั้นกลับพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อในเช้าวันที่ 19 ตุลาคม เข็มกลัดรูปโบว์ของจักรพรรดินีถูกโจรกรรมไปจากพิพิธภัณฑ์อย่างอุกอาจ
โจรอาศัยช่องโหว่ของช่วงเวลาหลังพิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิดทำการ ซึ่งระบบสัญญาณกันขโมยเพิ่งถูกปิดหลังจากใช้งานตลอดคืน พวกเขาทำงานอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และแม่นยำ ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีในการขโมยผลงานที่ประเมินค่าไม่ได้ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การโจรกรรมอาจไม่ได้เป็นเพียงฝีมือของโจรสมัครเล่น แต่อาจมีใบสั่งจากตลาดมืดอยู่เบื้องหลัง เพราะอัญมณีในพิพิธภัณฑ์เหล่านี้มีมูลค่าเกินครึ่งมาจาก “คุณค่าทางประวัติศาสตร์” มากกว่าราคาวัตถุ
หากกลุ่มโจรตั้งใจนำอัญมณีไปขายต่อ พวกเขาจำเป็นต้อง “ทำลาย” ตัวเครื่องประดับเดิม นำเพชรและพลอยไปขึ้นตัวเรือนใหม่ เพื่อหลีกหนีการตรวจจับของตำรวจนานาชาติ — ซึ่งนั่นหมายถึง การทำลายคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ไปในตัว นอกจากนี้ เพชรส่วนใหญ่ในเครื่องประดับราชสำนักยุคนั้ยยังใช้การเจียระไนเก่าที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนแสงเทียน แต่ไม่ระยิบระยับเท่าการเจียระปัจจุบันที่มีการปรับเหลี่ยมเงาให้เล่นแสงไฟ หากต้องการขายต่อโดยไม่อ้างที่มา ก็จำเป็นต้องนำไปเจียระไนใหม่ ซึ่งจะยิ่งทำให้อัญมณีมีเล็กลง สูญเสียเอกลักษณ์ดั้งเดิม และอาจไม่คุ้มค่าเท่าการบุกปล้นร้านเครื่องเพชรที่มีการรักษาความปลอดภัยน้อยกว่า
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือเครื่องประดับที่ถูกขโมยในครั้งนี้ ล้วนเป็นสมบัติที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์โบนาปาร์ตทั้งสิ้น แต่กลับไม่มีการแตะต้องเทียร่ามรกตของเจ้าหญิงมารี-เตแรซ (พระธิดาของพระนางมารี อ็องตัวเน็ต) หรือมงกุฎของกษัตริย์หลุยส์ที่ 15 ซึ่งจัดแสดงอยู่ในห้องเดียวกัน เหมือนเป็นการเลือกเป้าหมายที่มีจุดประสงค์บางอย่างอย่างชัดเจน
หากนี่คือการปล้นตามใบสั่งจริง ก็ยากที่จะบอกได้ว่า เครื่องประดับล้ำค่าที่หายไปถูกส่งไปยังที่ใด และอยู่ในมือใคร ยิ่งเวลาผ่านไป โอกาสที่จะได้สมบัติเหล่านี้กลับคืนก็ยิ่งริบหรี่ลงทุกวินาที จนอาจถึงวันที่เราต้องยอมรับความจริงอย่างเจ็บปวดว่า เครื่องประดับที่ประทับเรื่องราวของประวัติศาสตร์อันประเมินค่าไม่ได้ อาจไม่มีวันได้หวนกลับมาให้เราได้เห็นกันอีกเลย
Note: ล่าสุดมีการรายงานข่าวว่าตำรวจสามารถจับผู้ต้องสงสัยได้สองรายในเวลาราวสี่ทุ่มของคืนวันเสาร์ (25 ตุลาคม) ตามเวลาท้องถิ่น หนึ่งในนั้นเป็นชายสัญชาติแอลจีเรีย ถูกจับขณะกำลังขึ้นเครื่องกลับประเทศ อีกคนเป็นชายชาวฝรั่งเศส โดยตำรวจสามารถติดตามตัวทั้งสองได้จากลายนิ้วมือ, DNA ที่ตกค้างอยู่ในพิพิธภัณฑ์ และกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางการหลบหนี อย่างไรก็ดี ตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาและชะตากรรมของเครื่องเพชรที่หายไปก็ยังคงไร้ซึ่งร่องรอย ตามกฎหมายฝรั่งเศส ผู้ต้องสงสัยสามารถถูกกักตัวได้ 96 ชั่วโมงก่อนมีการปล่อยตัวหรือตั้งข้อหา ตำรวจคาดว่ายังมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกอย่างน้อย 2 คน ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี
References:
A RARE FRENCH CROWN JEWEL RETURNS TO THE MUSÉE DU LOUVREhttps://www.christies.com/presscenter/pdf/04222008/13443.pdf
Empress Eugénie’s Diamond Bow Brooch https://royalwatcherblog.com/2025/05/05/empress-eugenies-diamond-bow-brooch/
EMPRESS EUGENIE’S BOW BROOCH https://www.napoleon.org/en/history-of-the-two-empires/images/empress-eugenies-bow-brooch/
The Paris Jewel Heist - What's Been Stolen from the Louvre? https://www.youtube.com/watch?v=sZEMktPRw7c&t=357s
How the French crown jewels were stolen from the Louvre and what has likely happened to them https://www.youtube.com/watch?v=Vl812pc-nFI&t=270s
What will Louvre thieves do with France's crown jewels? | ABC NEWS https://www.youtube.com/watch?v=mtPeNQpjw5w
The Second Empire 1852-1870 https://www.langantiques.com/university/the-second-empire-1852-1870/?srsltid=AfmBOoqllURSnH55RMwhOnk1Fayfh97G8-XaQ7nwbjRGB0pJeOxJnL63
Napoleonic Jewels STOLEN from Louvre Museum, Including Reliquary Brooch, Empress Eugénie's Crown https://www.youtube.com/watch?v=Jrz3P-RxSxE&t=1142s