Bangkok park Amulets

Bangkok park Amulets ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Bangkok park Amulets, เครื่องประดับ/นาฬิกา, Bangkok.

แบ่งปัน เกร็ดความรู้ อนุรักษ์ สะสม พระเครื่อง เครื่องราง ของขลัง
วัตถุมงคล ราคาคนกินเงินเดือน ใช้เพื่อส่งเสริมหน้าที่การงาน เน้นด้าน เมตตา มหานิยม ยินดีต้อนรับเพื่อนๆที่นิยมความมีเอกลักษณ์ ของความเป็นไทย บูชา รัก ศรัทธา คุณครูบาอาจารย์ ผู้มีความรัก กตัญญู

ครูบาธรรมชัย คาถาขุนแผนมีตี้หนี้เนอ.......กะขะคะฆะงะ นะมะพะทะ กะระมะถะ อิกะวิติ จิปิเสคิ นะชาลิติ จะภะกะสะ สะสิมิระ ทุสะ...
16/04/2026

ครูบาธรรมชัย

คาถาขุนแผนมีตี้หนี้เนอ.......
กะขะคะฆะงะ นะมะพะทะ กะระมะถะ อิกะวิติ จิปิเสคิ
นะชาลิติ จะภะกะสะ สะสิมิระ ทุสะนะโส กะนะนิมา ทุสะมะนิ สังวิทาปุกะยะปะอะสังวิสุโลปุสะพุภะ
มะอะอุสิวังพรหมา ขะเขยยะ อิสวาสุ นะโมพุทธายะ พุทธะคุณณัง ธัมมะคุณณัง
สังฆะคุณณัง อิติพระเทยยะ...ฯ
พระคาถานี้ถือเป็นหัวใจทั้ง16บท ถ้าผู้ใดภาวนาได้ทุกวันมิได้ไปนรก ครั้นจุติแล้วก็ได้ไปสวรรค์แลทั้งจะให้อยู่คงทั้งหลายทั้งปวงให้เสกแป้งหอม น้ำมันหอมทาคงทนดีนักให้อาขวานถากเอาเถิด ถ้ามิให้ปืนยิงอก ให้เอาดินจุกรูปู ดินจุกรูหนูที่มันอยู่ไว้นั้นเอาใบพระศรีมหาโพธิ์5ต้น เอามาเผาเป็นสมุกผสมกับรัก แล้วปั้นเป็นลูกประคำ5ลูก จึงเอานะโมพุทธายะฯลงลูกละตัวแล้วเสกด้วยพระคาถานี้ให้ได้108คาบ ปืนจะยิงไม่ออก ถ้าจะให้แคล้คลาดให้เอากระดาษญี่ปุ่นก็ได้
ดีบุกก็ได้ ทำเป็นแหวนพิรอดลงด้วยนโมพุทธายะ แล้วเสกให้ได้1000คาบ ฟังแทงมิถูกเลย อย่าสนเทห์เลย
เสกแป้งหอมน้ำมันทาเป็นเสน่ห์เข้าหาท้าวพระยาขุนนางทั้งปวง เสกลดไข้ก็ได้ ใช้ได้ทุกประการ
ถ้าผู้ใดได้พบได้เล่าเรียนไว้พระคาถานี้ดีที่สุดที่จะพรรณาแล

เครดิตเพจ เสน่หาอาคมคาถาประแจใจ ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าตั้งนะโม ๓ จบอิธะคะมะ อิทธิเจตะโส คันหามิ มะมะ"กลการใช้...
12/03/2026

เครดิตเพจ เสน่หาอาคม

คาถาประแจใจ ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

ตั้งนะโม ๓ จบ

อิธะคะมะ อิทธิเจตะโส คันหามิ มะมะ"

กลการใช้และเคล็ดลับ (หัวใจสำคัญ)

เพื่อให้คาถา "ประแจใจ" ทำงานได้ผลตามความเชื่อโบราณ มีเคล็ดลับการใช้ดังนี้

ใช้ขณะสบตา: หากต้องเจรจากับใคร ให้บริกรรมคาถาในใจขณะสบตาฝ่ายตรงข้ามอย่างสุภาพ (ไม่จ้องเขม็ง) เพื่อให้กระแสจิตส่งถึงใจเขา

ใช้ก่อนเข้าพบ: ภาวนา ๓ จบ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าห้องประชุม หรือเข้าบ้านผู้ใหญ่ เพื่อ "เปิดทาง" ให้บรรยากาศการสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น

การกลั้นหายใจ: บางตำราแนะนำให้ภาวนาคาถาจนจบในขณะที่กลั้นลมหายใจ (เรียกการ "สะกด") เพื่อให้จิตมีพลังสมาธิสูงสุดในขณะนั้น

ข้อควรระวัง

ห้ามใช้ในทางที่ผิด: คาถานี้ห้ามใช้เพื่อล่อลวงผู้อื่น หรือใช้ในทางชู้สาวที่ผิดศีลธรรม เพราะจะทำให้ครูบาอาจารย์สาปแช่งและเสื่อมอาคม

ความจริงใจ: แม้จะมีคาถาดี แต่ "กุญแจ" ที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจและการเตรียมตัวที่ดีครับ คาถาเป็นเพียงตัวช่วยเสริมความมั่นใจและเมตตาบารมีเท่านั้น

เครดิตจาก ครูพักลักจำคาถามหาจินดามณีมนต์ พระคาถานี้ใช้ได้ 108 ประการ ของ หลวงพ่อปลอด วัดในปากทะเล วิเศษนักแล เป็นรองหาได...
05/03/2026

เครดิตจาก ครูพักลักจำ

คาถามหาจินดามณีมนต์ พระคาถานี้ใช้ได้ 108 ประการ ของ หลวงพ่อปลอด วัดในปากทะเล วิเศษนักแล เป็นรองหาได้ยาก ถ้าผู้ใดพบจงเอาไปใช้เถิด สุดแท้แต่เราจะปราถนา สิ่งอันใดทำเอาได้ทุกประการ
(พระคาถานี้ ถ้าท่านใดที่เก่งบาลี ตรวจสอบแล้วมีคำไหนผิดอักขระ ความหมาย ชอบแนะนำด้วยนะครับ)

ตั้ง นะโม 3 จบ

ฉะมัญญา สะพุทธคุณนัง คุณพระพุทธเจ้า 56
ธัมมะคุณนัง อัฏฐะติงสะติ คุณพระธรรมเจ้า 38
สังฆะคุณโน จาตุธะโสเจวะ คุณพระสงฆเจ้า 14
ตรีนิคุณา มะทาคุณนัง คุณแก้วสามประการ
นัตธิปะมาโสนา หาที่เสมอมิได้
สิเนรุจะ ปิตาคุณนัง คุณพระบิดาหนักกว่าเขาพระสุเมรุ
เมหะปิตะลัง มาตาคุณนัง คุณพระมารดาหนักกว่าแม่พระธรณี
สัตถาคุณนัง สมุทฐามิ คุณครูอุปัชฌาย์อาจารย์หนักกว่าท้องพระมหาสมุทร
หิมะวันตัง ญาติคุณนัง คุณพระญาติทั้งหลายหนักกว่าป่าหิมพานต์
จักกะวาสัง ราชาคุณนัง คุณพระมหากษัตริย์หนักกว่าอนันตจักรวาล
อัฎฐะระคุณนัง สมุทฐามิ คุณท่านทั้งหลายแปดประการ
โลกะเชษโฐ ในโลกนี้
อะหังวันทามิ สัพพะทา ขอเดชเดชะกุศลของข้าพเจ้า
ที่ข้าพเจ้าได้ระลึกถึงคุณของท่านทั้งหลายแปดประการ
ขอคุณท่านทั้งหลายแปดประการนี้ จงมาช่วยอุปถัมภ์ค้ำชูข้าพเจ้า
เมื่อข้าพเจ้าทำการสิ่งใดก็ขอให้การสิ่งนั้นจงสำเร็จ สมความมุ่งมาดปรารถนา
ทุกสิ่งทุกประการด้วยเถิดพระเจ้าข้าฯ

พุทธังเมตตา ธัมมังเมตตา สังฆังเมตตา
นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู
พระบิดาค้ำชู พระมารดาป้องกัน
พระอุปัชฌายะ พระกรรมวาจาจารย์ พระอนุสาวนาจารย์ จงมาเป็นกำแพงเพชรเจ็ดชั้น
กางกั้นโพยภัยอุปัทวะศัตรูทั้งหลายอย่าได้เข้ามากล้ำกราย
สัพพะรัตติง หิวัง การิยะเมตตัง กรุณาไมตรีอินทะโมกขัง
พิสสะวา มะนามัง ปิยังมะมะ
พุทธังเมตตา ธัมมังเมตตา สังฆังเมตตา
พุทธังกรุณา ธัมมังกรุณา สังฆังกรุณา
พุทธังละลวย ธัมมังละลวย สังฆังละลวย
สังฆังละลวย มะละลวย อะละลวย อุละลวย
อุละลวย อะละลวย มะละลวย
นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู
พระบิดาอุปถัมภ์ พระมารดาค้ำชู ประสิทธิแก่กู สวาโหม ฯ
สิทธิราชา มหามันตัง จินดาทิโส ภูมิยาโรรัง ทาตัสมิ๊ง
ทิกะทะจักขุ อะทิสะเร จันทะเก เอวะสะมุขขี
วัตถุติยา มะนีมิหัง มันทะนะ ปัสสะทัง
มาตาปุตตังวะโอระสัง มาตาโหนติ มะนุสสะเทวานัง
อะมะนุสสะเทวานัง สะมะยะจิตตัง อะสะมะยะจิตตัง
เอหิ เอหิ อาคัจฉันติ
จินดามะณี ปิยันมันจะทะนัง ยะสะ ทาสาทาสีโกมัง ปัสสันติสิเนหัง
มาตาปุตตังวะโอระสัง นะเวเทวะ นะชาลีติ
สิทธิลาภาสะทาโหนติ มาตาปุตตังวะโอระสัง
พุทธังเมตตา ธัมมังเมตตา สังฆังเมตตา
เทวาเมตตา อินทราเมตตา พรหมมาเมตตา
มะเมตตา อะเมตตา อุเมตตา
อุเมตตา อะเมตตา มะเมตตา
สะมะณะราชา อิตถีโยเสนาชะนา สัพพะสะเนจะปูชิโต
สัพพะโกธาวินาสสันติ มะณีจินดาปิยะปุตตัง อะหังสุตตะวา
เอกังอันยะมันยัง อิตถีมะมังทิสสะวา ปิยังทัตตะวา สะมาตะโตโม

เครดิต จากเพจ พระเวทย์แห่งสยามวิชาปรอทรักษาโรค ของพอ.ชม สุคันธรัตน์จะใช้พลังคุณพระอย่างเดียว หรือพลังตนเองช่วยขับปรอทเข้...
03/03/2026

เครดิต จากเพจ พระเวทย์แห่งสยาม

วิชาปรอทรักษาโรค ของพอ.ชม สุคันธรัตน์

จะใช้พลังคุณพระอย่างเดียว หรือพลังตนเองช่วยขับปรอทเข้าไปรักษาโรคต่างๆ
จัดพานบูชาครู มีดอกไม้, ธูป ๓ ดอก เทียนขาว หนัก ๑ บาท ๒ เล่ม (ไม่มีเทียนขาวก็ใช้เทียนเหลืองได้) เงินบูชาครู ๑๒ บาท
พระอาจารย์ที่ใช้ปรอทรักษาโรคต่างๆ ได้ผลดีกว่า ๓๐ ปี และสอนศิษย์ให้ทำได้ไว้หลายคนคือ พระอาจารย์ หลวงพ่อรอด หรือเรียกกันว่า “หลวงพ่อรอดเสือ” ตามประวัติว่า สมัยรัชกาลที่ ๑ หรือ สมัยต้นกรุงเทพฯ ต่อจากสมัยกรุงธนบุรี
หลวงพ่อรอดเป็นผู้สร้าง “วัดประดู่ โรงธรรม” ใหม่ แทนวัดประดู่โรงธรรมเก่าและเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ภายหลังเรียกว่า “วัดประดู่ทรงธรรม” หลวงพ่อรอดองค์นี้เล่าลือกันว่าเป็นพระที่ยอดเยี่ยมในด้านวิชาอาคม มีชื่อเสียงโด่งดังในการใช้ปรอทรักษาโรคต่างๆ สอนศิษย์ไว้มาก
อาจารย์ทรัพย์ท่านเป็นศิษย์โดยตรงของหลวงพ่อรอด ได้สอนวิชาการใช้ปรอทรักษาโรคให้อาจารย์เสงี่ยม จิตตานนท์ ถนนธรรมเกษร ซอย ๔ อ.เมือง นครสวรรค์ และต่อมาอาจารย์เสงี่ยมได้สอนวิชาปรอทรักษาโรค ให้แก่ผู้เขียน (พ.อ.ชม) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓

ผู้เขียน ใช้ปรอทที่ไม่มีพิษรักษาโรคต่างๆ ได้ผลดีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ มาจนถึงปัจจุบัน คือ พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้เรียนวิธีใส่ปรอทวิธีฆ่าพิษปรอทจากพระอาจารย์ในดง เมื่อเชื่อมั่นว่าฆ่าพิษปรอทหมดแล้วจึงได้ทดลองกินปรอทที่ฆ่าพิษแล้วหลายครั้ง กินปรอทที่ฆ่าพิษแล้วครั้งละหนัก ๑ บาท, ๒ บาท, ๓ บาท และหนัก ๔ บาท ไม่มีพิษแต่กลับไปช่วยรักษาโรคต่างๆ ในกะเพาะลำไส้ให้หายได้เร็วขึ้น
ตั้งแต่หลวงพ่อรอดใช้ปรอทรักษาได้ผลเร็วมาเป็นเวลา ๓๐ ปี และผู้เขียนก็ใช้ปรอทรักษาโรคมาอีกกว่า ๓๐ ปี รักษาคนไข้มามากกว่า ๒๐๐ คน ก็ได้ผลดี ไม่มีโทษไม่มี พิษได้สอนให้ศิษย์ใช้ปรอทรักษาโรคมามากกว่า ๓๐๐คน ในปัจจุบันก็ยังใช้ปรอทรักษาโรคและสอนให้ผู้สนใจรักษาด้วยปรอททุกคนโดยไม่คิดค่าสอน ติดตามผลมากว่า ๓๐ ปี ไม่พบโทษของปรอท ตามที่ทดลองรักษาโรคเอดส์ โรคมะเร็งได้ผลดีใช้เวลาไม่เกิน ๕ วัน อาการจะดีขึ้นมาก คือใน ๕ วัน ผลคือ นอนหลับได้ยาว อ่อนเพลียน้อยลง กินอาหารได้มากขึ้นความปวดหายไปวิธีได้ผลดีที่สุด คือ ใช้รักษาด้วยปรอทและยาประกอบการใช้พลังจิต ได้พยายามค้นคว้าทดลองรักษาโรคที่ฝรั่งยังไม่มียารักษาได้ผลดีอีกหลายโรค มีรายละเอียดวิธีรักษาวิธีใช้ยาและใช้พลังคุณพระพลังจิตประกอบกับยา พร้อมระยะเวลา ในการรักษาโดยเฉลี่ยจากการรักษาโรคต่างๆ เป็นเวลายาวนานจึงกล้าบอกได้ว่าโรคอะไรรักษาให้หายได้ในระยะเวลาเท่าใด ทั้งนี้เฉลี่ยได้ใกล้เคียงมากในระยะเวลาเท่าใด จากผลการรักษาของอาจารย์แผนโบราณที่รักษาได้ผลดีจริงๆ ดังปรากฏอยู่ใน “แพทย์ ๓ แผนนำสมัย” เล่มแรกและเล่มที่ ๒ อธิบายวิธีรักษาเอดส์ มะเร็ง เบาหวาน, หืด, ไซนัส, พิษสุนัขบ้า, นิ่วในไตและในดี, ต่อมลูกหมากโต ไวรัส เชื้อราแบบแห้งที่ดื้อยา ทอนซิลอักเสบ ริดสีดวงทวารและลำไส้ กระดูกหักและอื่นๆ อีก หลายอย่าง ได้บอกวิธีรักษาทุกรูปแบบและครบบอกของแสลง วิธีปฏิบัติตน, การออกกำลังกายที่พอเหมาะกับโรค การสะกดจิต และวิธีใช้พลังจิตรักษาตนเอง การไล่ผี การตอนของที่ถูกกระทำทางไสยศาสตร์ ฯลฯ เป็นต้น สงสัยถามได้ อยากจะเรียนก็สอนให้

การจัดพานบูชาครูปรอท แบบง่าย
ในพานมีดอกไม้, ธูป ๓ ดอก, เทียนหนัก ๑ บาท ๒ เล่ม เงินบูชาครู ๑๒ บาท ปรอทหนักประมาณ ๒ บาทจุดเทียนธูปบูชาพระ แล้วอัญเชิญเหมือนวิชารูดโซ่ลุยไฟแบบลัด แล้วเอานํ้ามนต์ทาฝ่ามือคนไข้ เทปรอทลงที่ฝ่ามือ โดยธรรมดาเทปรอทลงที่ฝ่ามือซ้ายของคนไข้ ตาเพ่งที่ปรอทภาวนา “คาถาปลุก” ๑ จบ พร้อมกับเอาหัวแม่มือขวาถูปรอท ฝ่ามือซ้ายของผู้รักษารองฝ่ามือซ้ายของคนไข้

คาถาปลุก ว่าดังนี้ “อมเพ็ชชะคงคง พระพุทธัง คงหนัง พระธัมมังคงเนื้อ พระสังฆังคงกระดูก พระพุทโธแว พระธัมโมแหว พระสังโฆแวะ”

ต่อไปอัญเชิญคุณพระ คุณครูอาจารย์ ให้มาใส่ปรอท ทั้งนี้เพื่อให้ศิษย์เห็นว่า คุณพระ คุณครูอาจารย์ ก็สามารถมาช่วยรักษาโรคได้จริง ให้ทำจิตเป็นสมาธิ แล้วภาวนาว่าดังนี้

“ข้าขออาราธนา คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณบิดามารดา คุณครูอาจารย์ มีหลวงตาดำ อาจารย์ชาญณรงค์ หลวงพ่อรอด เป็นต้น ขอให้มาช่วยใส่ปรอทรักษาคนไข้ ณ บัดนี้ด้วยเถิด” ขณะว่าก็เอาหัวแม่มือขยี้ปรอทที่ฝ่ามือคนไข้เรื่อยไปโดยไม่ต้องภาวนาคาถา อะไรและไม่ต้องเป่า อาจจะเอามือขยี้ปรอทไปเรื่อยๆ หรือจะอธิบายให้รู้ว่าคุณพระ คุณครูอาจารย์มาช่วยได้เป็นต้น ปรอทจะเข้าไปในตัวคนไข้ เป็นปรอทที่มีพลังแล่นไปหาโรค รักษาโรคตามเจตนาที่ตั้งไว้ ที่เหลืออยู่ในฝ่ามือคนไข้เรียกว่า “ขี้ปรอท” ยังใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เมื่อ ศิษย์เห็นแน่ชัดว่าคุณพระช่วยใส่ปรอทได้จริง ต่อไปก็ใส่ปรอทเข้าตัวคนไข้ด้วยพลังจิตพลังสมาธิของตนเป็นหลัก มีพลังคุณพระร่วมด้วย

การรักษาโรคโดยอาราธนาคุณพระมาช่วยดังกล่าวนั้นเป็นเพียงทำเพื่อสอนศิษย์ได้รู้เห็นว่าอำนาจคุณพระช่วยได้ ในการรักษาคนไข้ไปตามปกติ คือการใช้ทั้งพลังคุณพระ และพลังสมาธิของตน เมื่อเทปรอท ใส่มือคนไข้แล้ว เอาหัวแม่มือขวาขยี้ปรอทพร้อมกับ
ภาวนา “บทคาถาปลุก” คือ “อมเพชชะคงๆ………….พระสังโฆแวะ”
ต่อไปจึงภาวนาบทรักษาโรค

“สมุหะคัมภีรัง อโจระพยัง อะเสสะโต โสภะคะวา พุทโธหยุด ธัมโมหยุด สังโฆหยุด โรคภัยทั้งหลายจงหยุด หยุดด้วยนะโมพุทธายะ”

ในระหว่างที่ภาวนาคาถารักษาโรค และอัดลมหายใจไว้ ก็ใช้หัวแม่มือขยี้ปรอทให้เข้าตัวคนไข้ และแล่นไปรักษาบริเวณที่เป็นโรคหรือมีอาการเจ็บปวด แล้วเป่าลงไปที่ปรอทพร้อมกับภาวนาบทคาถาเรียกเข้าว่า “นขา โลมา ตโจ” ประมาณ ๓ หรือ ๔ จบ ต่อไปหายใจเข้าอัดลมไว้ ภาวนาคาถารักษาโรคอีกบทหนึ่ง คือ “สมิจจะ สังโฆศิษตัง สโมหะนัยยะ พุทธังละลาย ธัมมัง ละลาย สังฆังสูญหาย โรคทั้งหลายหายด้วย นะมะ- พะทะ” หัวแม่มือก็ขยี้ปรอทและเป่าลงพร้อมกับภาวนา พระคาถาเรียกเข้า ว่า “นขา โลมา ตะโจ” ๓ หรือ ๔ จบ

ถ้าจะใช้คาถาบทอื่นอีกก็ทำเช่นเดียวกันจะใช้คาถาอะไรก็ตามจะต้องมีบท “สมุหะคัมภีรัง…………..”ด้วยเสมอ ถือเป็นคาถาหลักของพระอาจารย์ในดง

เมื่อปรอทศักดิ์สิทธิ์เข้าตัวคนไข้จะมีขี้ปรอทละเอียดเหมือนแป้งฝุ่นบนฝ่ามือคนไข้ ต้องคอยเอานิ้วปาดขี้ปรอทมาใส่ลงในถ้วยน้ำมนต์เรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ขี้ปรอทปิดรูที่ปรอทรุ่นหลังจะเข้าไปในร่างกายคนไข้ ปรอทที่เทใส่ฝ่ามือครั้งแรกเข้าร่างกายหมดก็เทปรอทเติมอีก แล้วทำเช่นเดิมจนหมดปรอทที่ต้องการใส่คนไข้

ขนาดที่จะใส่ให้คนไข้ครั้งหนึ่งใช้ปรอทหนักตามกำลังคนไข้ วันแรกใส่ หนัก ๒ สลึง เด็กใส่หนัก ๑ สลึง วันที่ ๒ ใส่หนัก ๒ บาทหรือ ๓ บาท วันต่อไปใส่หนัก ๖ บาท พิจารณาอาการของคนไข้ และความแรงของโรค เวลาที่ดีในการใส่ปรอท ตอนกลางวันอากาศร้อน ปรอทจะหนีออกไปได้ง่าย อาจแบ่งใส่ตอนเช้า ๓ บาท ตอนเย็น ๓ บาท ส่วนเด็กอาจเพิ่มเป็น ๒ สลึงหรือ ๑ บาท เมื่อใส่ปรอทเข้าร่างกายเสร็จแล้ว จะทดลองเรียกออกมาก็ได้ โดยเช็ดมือซ้ายของคนไข้ที่ใส่ปรอทให้แห้งดีแล้ว ใช้นิ้วชี้ ของเราเคาะๆ บนฝ่ามือที่ใส่ปรอท ภาวนาคาถาเรียกออกว่า “ทันตา ทันตา” ในขณะที่เคาะปรอทจะออกมา เป็นเม็ดเล็กๆ กวาดรวมกันก็เป็นปรอทมากขึ้น ถ้าใช้สมาธิขั้นกลางเคาะหรือแตะพร้อมเรียกออกปรอทจะออกมามากชั่วเดี๋ยวเดียว

เรื่องปรอทและวิธีใช้ปรอทนับว่าเป็นสิ่งจำเป็น และช่วยชีวิตคนได้มาก ยิ่งในสมัยนี้ในปี ๒๕๔๐ มีการทดลองปรมาณูจึงกระจายไปทั่วโลก ในศิลาจารึกพุทธทำนายที่อินเดียได้กล่าวไว้ว่า ปี ๒๕๔๐ ถึง ๒๕๔๑ จะได้รับภัยทุกประเทศไม่มียกเว้น แต่ภัยในเมืองพุทธศาสนาเมืองไทยจะมีภัยเบาบาง ภัยจากรังสีปรมาณูหรือรังสีที่นำมาใช้รักษาโรคนั้นร้ายแรง ฝรั่งไม่มีวิธีแก้พิษรังสี แต่ปรอทไร้โทษที่ใช้รักษาโรคนั้นสามารถล้างหรือทำลายพิษรังสีได้ วิธีที่พิสูจน์ง่ายๆ ก็คือ ผิวหนังที่ฉายแสง รักษาโรคจะมีผิวสีดำ และมีความร้อนระอุอยู่ภายในเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณนั้นจะแข็ง ถ้านํ้ากระเด็นไปถูก จะทำให้ผิวหนังนั้นพอง แม้นานถึง ๒ เดือนนํ้ากระเด็นใส่ก็พอง แต่ถ้าใช้ปรอทที่เสกปนนํ้ามนต์ทาจะไม่พอง และผิวสีดำจะหายดำในเวลาประมาณ ๑๐ วัน ยังมีวิธีพิสูจน์อีกหลายอย่างว่าปรอทและพลังจิตทำลายล้างพิษรังสีได้

สาเหตุที่นำเรื่องปรอทมากล่าว เพราะปรอทมีความเกี่ยวข้องกับพลังจิตมาก เมื่อใช้พลังจิตใส่ปรอทเข้าทางฝ่ามือจะไปช่วยรักษาโรคเอดส์, โรคมะเร็ง, ไซนัส, ทอนซิลอักเสบ, ไวรัสบี, วัณโรคชนิดดื้อยา (ดื้อยา เพราะรักษาบ้างหยุดบ้าง, คนแพ้ยา, และวัณโรคชนิดสะปอร์ (มีพังผืดหุ้ม, ยาฝรั่งเข้าไม่ได้) เป็นต้น ความจริงปรอทรักษาโรคได้หลายอย่าง แต่ตำราฝรั่งกล่าวไว้ว่า รักษาโรคได้ ๗ ชนิด มีปรากฎในหนังสือแพทย์ศาสตร์ นิทเทส (วิชาแพทย์แผนปัจจุบัน) ของขุนนิเทสสุขกิจ อดีตเลขาธิการนายทะเบียน และหัวหน้ากองควบคุมการประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข พิมพ์ครั้งที่ ๓ พ.ศ. ๑๕๐๑ หน้า ๗๖, ๙๓, ๑๐๐, ๑๒๑, ๑๓๘, ๑๔๔, และหน้า ๑๔๙ คือ
หน้า ๗๖ ปรอทเป็นยาประเภทยาถ่าย
หน้า ๙๓ ปรอทเป็นยาขับน้ำดี
หน้า ๑๐๐ ปรอทเป็นยาบำรุงกำลัง
หน้า ๑๒๑ ปรอทเป็นยาแก้ปวด
หน้า ๑๓๘ ปรอทเป็นยาขับปัสสาวะ
หน้า ๑๔๔ ปรอทเป็นยาปรับปรุงสุขภาพ
หน้า ๑๔๙ ปรอทเป็นยาฆ่าเชื้อโรค
ฝรั่งไม่รู้วิธีฆ่าพิษปรอท จึงพากันยึดมั่นว่าปรอทมีพิษให้โทษร้ายแรงมาก แต่พระอาจารย์ในดงลึก และฤๅษีที่มีฤทธิ์รู้วิธีฆ่าพิษปรอทรู้นำปรอทมาใช้รักษาโรคต่างๆ หลายชนิดได้ผลดี ดังมีหลักฐานในศิลาจารึกวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ในหน้า ๑๖๔ (ดูได้จาก หอสมุดแห่งชาติ) ใจความว่า “มีฤๅษีชื่อ ภรัตะ เป็นผู้หมั่นเพียร และรอบรู้ในตำรับปรอท”

ในระหว่างพ.ศ. ๒๔๕๐ ถึง ๒๕๐๐ หลวงพ่อรอดวัดประดู่ทรงธรรม ใกล้สถานีรถไฟ จังหวัดอยุธยา เป็นผู้ใช้ปรอทรักษาโรคต่างๆ โดยวิธีนำปรอทเข้าทางฝ่ามือ ได้ผลดีจนมีชื่อเสียงมาก และมีศิษย์เรียนต่ออีกหลายราย ผู้เขียนเองก็ได้วิธีของหลวงพ่อรอด และของพระอาจารย์ในดง ใช้ปรอทรักษาโรคต่างๆ ได้ผลดีมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ จนถึงบัดนี้นับเป็นเวลา ๓๗ ปี อย่าได้หลงเชื่อว่าฝรั่งจะต้องเก่งกว่าคนไทยทุกอย่าง เมื่อเห็นว่าฝรั่งรู้จักฆ่าพิษงูเอามาทำยาฆ่าพิษเชื้อโรค เอามาทำยาได้หลายอย่าง แต่ฆ่าพิษปรอทไม่เป็นก็เลยเชื่ออย่างงมงายไปว่า ไม่มีชาติอื่นจะฆ่าพิษปรอทได้ วิธีฆ่าพิษปรอทเพื่อนำมารักษาโรคต่างๆ ได้ผลดีนั้น ผู้เขียนได้อธิบายไว้โดยละเอียดในหนังสือแพทย์สามแผน และได้สอนให้คนอื่นใช้ปรอทรักษาโรคต่างๆ มากว่า ๓๐ ปี (สามสิบปี) โดยใช้พลังจิตพลังคุณพระประกอบกับปรอทพระอาจารย์ในดง สอนวิธีฆ่าปรอทและรักษาโรค ในพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยของกรมการศาสนา (ชุด ๘๐ เล่ม) เล่ม ๔๗ หน้า ๖๓๒ กล่าวถึงวิธีรักษาโรคไว้ ๕ วิธีดังนี้

การรักษาโรค ๕ อย่างคือ “รักษาทางเสกเป่า (ใช้พลังจิต) ทางผ่าตัด, ทางยา, ทางภูตผี, รักษาทางกุมาร” รักษาทางภูตผี คือการใช้พลังจิตไล่ผีที่มาเข้าคนหรือถอนของที่ถูกกระทำทางไสยศาสตร์ ฝรั่งไม่ใช้วิธีเสกเป่า (วิธีใช้พลังคุณพระพลังจิต) และวิชาทางภูตผี จึงรักษาโรคไม่หายหลายอย่าง

“อย่าใช้ก่อนหา อย่าว่าก่อนเห็น”
ฝรั่งเอาของมีพิษมาทำยาได้ ฆ่าพิษได้ พากันเชื่อถือยกย่องเช่นเอาพิษงู เอาเชื้อโรคซึ่งมีพิษภัยมาฆ่าพิษทำยาหลายอย่าง กลายเป็นยาดีพากันเชื่อยกย่อง เอาของมีพิษภัยมาใช้รักษา เช่นรังสี, ยาคีโม และยาอื่นๆ ที่มีพิษภัยมาใช้ ก็เชื่อฝรั่ง แต่พระอาจารย์ในดง ฤๅษีผู้มีฤทธิ์ ฆ่าพิษปรอทได้ ฆ่าพิษยาอื่นๆ มาเป็นยาที่ดี กลับไม่เชื่อไม่พิสูจน์ การใส่ปรอทจะใส่มากน้อยเพียงใด ให้พิจารณาโรคอะไรและกำลังคนไข้ที่จะรับได้ และผลที่เกิดจากการใส่ปรอท

ผลที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้หลังจากใส่ปรอทไปแล้ว ๑ วันหรือ ๒ วัน คือมีผลให้นอนหลับได้สนิท หลับได้ยาว อาการเจ็บปวดลดลงกินอาหารได้ดีขึ้น รู้สึกมีกำลัง ความอ่อนเพลียน้อยลง

การใช้พลังจิตรักษาโรคต่างๆ ก็ทำเช่นเดียวกับการส่งพลังไปทำให้คงกระพัน ทำให้เอามือล้วงน้ำเดือดได้ตักกินได้ และการส่งพลังจิตพลังคุณพระกอบโซ่ที่เผาไฟจนร้อนแดงได้ การใส่ปรอทได้มีหลักสำคัญเหมือนกัน คือ อาราธนาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุณบิดา
มารดาคุณครูอาจารย์ให้มาช่วย การทำจิตให้เป็นสมาธิ เพ่งจิตส่งพลังจิตไปยังที่ต้องการให้เกิดผลตามที่ต้องการ ส่วนบทคาถาที่นำมาใช้ก็มีต่างๆ ตามที่จะให้เกิดผลอะไร

การที่กล่าวว่า ในวันเดียวก็สอนให้ทำสมาธิ¬วิปัสสนา และใช้พลังจิตให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ได้นั้น ก็สอนให้ศิษย์ลงมือทำสมาธิวิปัสสนาให้ถูกต้องและให้ศิษย์รู้ตรวจสอบได้ด้วยตนเองว่า เวลานี้ตนได้สมาธิอยู่ในระดับใด และจะฝึกให้ก้าวหน้าต่อไปนั้น ปฏิบัติอย่างไร ? เมื่อให้ศิษย์ลงมือทำสมาธิวิปัสสนาได้ถูกต้อง และรู้วิธีที่จะฝึกให้ก้าวหน้าต่อไปแล้วจึงสอนให้ใช้พลังจิตจากง่ายไปยากตามลำดับที่กล่าวมาแล้ว ด้วยวิธีการดังกล่าวนี้จึงสอนให้ทำสมาธิวิปัสสนา สอนให้ใช้พลังจิตรักษาโรคที่ฝรั่งไม่มียารักษาที่ได้ผล คือ ให้รู้วิธีรักษาโรคเอดส์ โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ ได้จริงอีกหลายโรค และผู้เขียนทำการสอนดังกล่าวมาแล้วได้ผลแล้วทุกคนมาเป็นเวลากว่า ๓๕ ปี จึงกล้ากล่าวกล้าเขียน เป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันไว้ เพื่อมิให้วิชาดีๆ เสื่อมสูญไป เป็นการช่วยเพื่อนมนุษย์และส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เห็นให้เชื่อว่าคุณพระมีจริงช่วยได้จริง

ประเทศไทยไม่เป็นเมืองขึ้น ไม่เป็นคอมมิวนิสต์ และไม่ได้รับภัยร้ายแรงเหมือนประเทศอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ก็เพราะคุณพระช่วยได้จริง กฎโดมิโนของฝรั่งที่ว่ารอบๆ เป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศอยู่กลางก็ต้องเป็น คอมมิวนิสต์รอบๆ เป็นเมืองขึ้น กลางก็ต้องเป็นเมืองขึ้น เขาเอาเป็นเมืองขึ้นโดยให้ผู้นำประเทศไปลงเรือรบเขา แล้วเซ็นสัญญายอมเป็นเมืองขึ้นพม่าไม่ยอมจึงรบกับฝรั่ง ๓ ชั่วโมง ตายมากก็ยอมเป็นเมืองขึ้น ส่วนไทยสมัยรัชกาลที่ ๕ พอลงเรือของฝรั่งเรือรบเอียง ฝรั่งตกใจยังไม่กล้าให้เซ็นสัญญา รอพิจารณาดูก่อน แต่คืนนั้นในห้องแม่ทัพฝรั่งซึ่งมีการป้องกันกันรอบคอบ ก็มีอาจารย์ในดง ที่ไม่ได้บวช หายตัวเข้าไปเอาดาบจี้คอขู่ให้ถอยกลับไป มิฉะนั้นจะถูกฆ่าได้ทุกเวลา รุ่งเช้าเรือรบฝรั่งก็ไม่กล้ามาเอาเป็นเมืองขึ้นรีบกลับประเทศตน ในประวัติศาสตร์ ก็มีกล่าวถึงโกษาปานไปฝรั่งเศส ได้ให้ทดลองทำพิธียิงโกษาปานไม่มีอันตราย เรื่องเรือรบฝรั่งยอมถอยไป ผู้เขียนได้ฟังจากพระอาจารย์ในดงเอง และทราบรายละเอียดหลายเรื่อง ในประเทศไทยมีพระและคฤหัสถ์ที่เรียนจบฌานจำนวนมากและอาจารย์ในดงที่มีฤทธิ์ก็มีมาก ทำหน้าที่สำคัญคือสืบต่อพระพุทธศาสนา หลักสูตรสุดท้ายก่อนจะเรียนเหาะ มีกฎให้สอนศิษย์ให้จบฌาน อย่างน้อยหนึ่งรุ่น และการจะให้ศาสนาดำรงอยู่ได้ก็ต้องรักษาประเทศชาติไว้ด้วย เพราะไทยเป็นที่ตั้งมั่นคงใกล้เคียงสมัยพุทธกาลมากกว่าประเทศอื่นๆ เมื่อมีภัยพิบัติมากในไทยท่านผู้มีฌานมีฤทธิ์ ทั้งในประเทศในป่าก็ช่วยให้หนักเป็นเบาหรือหมดไป ให้สังเกตใน พ.ศ.๒๕๔๐ ประเทศต่างๆ มีภัยมากตายมาก และมีภัยซํ้าซากมาก แต่ประเทศไทยภัยน้อยตายน้อยกว่าประเทศอื่นๆ และ พระอาจารย์ในดงก็ออกมาชั่วคราวและมาอยู่นานวันหลายจังหวัดเพื่อช่วยประเทศชาติ มีการเหาะการหายตัว ให้คนเลื่อมใสในศาสนาได้เห็น และเชื่อในพระไตรปิฎก เลื่อมใสยิ่งชึ้น เพราะเห็นความอัศจรรย์มีการเหาะเหินได้จริง มีเทวดา ผี นรกสวรรค์จริง ตามพระไตรปิฎก ผู้ยังหลงผิดไม่เชื่ออย่างเหนียวแน่น ก็แล้วแต่บุญกรรม เหมือนสมัยพุทธกาล.

ในระยะกึ่งพุทธกาลทั้งฝรั่งและไทยมีการทำนายเหตุการณ์ผิดบางถูกบ้าง ทำนายเปลี่ยนไปต่างๆ เรื่อยมา เพราะเป็นการทำนายแบบโลก ส่วนการทำนายที่แม่นยำ และไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะจารึกอยู่ในศิลาจารึกที่พุทธคยา ได้แปลเป็นไทยพิมพ์แจกเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว ซึ่ง แม่นยำทุกข้อ สมเหตุสมผล เป็นพุทธทำนาย ที่ยึดถือ และพิสูจน์ได้ ด้วยการดูเหตุการณ์จริง ในปี ๒๕๔๐ ถึง ต้นปี ๒๕๔๑ มีเขียนไว้ในหนังสือ “แพทย์ ๓ แผน นำสมัย” หน้า ๒๐๒ ในหัวข้อว่า ภัยร้ายแรงกำลังเกิด และวิธีเอาตัวรอด พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๙ เล่มละ ๙๐ บาท มีอธิบายวิธีรักษาโรคเอดส์, มะเร็ง, เบาหวาน, หืด, ไซนัส, พิษสุนัขบ้า, นิ่วในไต ในถุงน้ำดี, ต่อมลูกหมากโต อักเสบ, ริดสีดวงทวาร และโรคอื่นๆ ที่ฝรั่งยังไม่มียารักษา

แพทย์ ๓ แผนนำสมัย มี ๒ เล่ม อธิบายวิธีรักษาทุกรูปแบบ และครบวงจร คือ อ่านแล้วสงสัยก็ถามได้ ขอเรียนก็สอนให้โดยไม่คิดค่าสอน สอนและให้พิสูจน์มาเป็นเวลา ๔๐ ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ สอน รักษาโรคครบ ๕ วิธี ตามที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎกของกรมการศาสนาเล่ม ๔๗ หน้า ๖๒๓ กล่าวถึงวิธีรักษาโรค ๕ อย่างคือ “รักษาทางเสกเป่า, ทางผ่าตัด, ทางยา, ทางภูตผี, รักษาทางกุมาร” รักษาทางเสกเป่าคือการใช้พลังคุณพระ พลังจิต รักษาทางภูตผีคือการไล่ผีที่เข้าสิง การถอนของที่ถูกกระทำทางไสยศาสตร์ แพทย์ฝรั่งไม่ใช้ ไม่สอนวิธีเสกเป่า และวิชาทางภูตผี จึงรักษาโรคไม่ได้ ผลหลายโรค ส่วน “แพทย์ ๓ แผนนำสมัย” สอนครบ ๕ อย่าง พร้อมทั้งวิธีเสกเป่ายา วิธีใช้พลังจิตรักษาตนเอง ของคนไข้ ฯลฯ

อุบายการสอนให้ใช้พลังจิต ทำสมาธิ และรักษาโรคต่างๆ ให้ศิษย์ทำได้ในวันเดียว ก็คือสอนให้ทำสมาธิถูกต้อง และวิธีวัดได้เองว่าตนได้สมาธิขั้นใดแล้ว จะฝึกต่อไปอย่างไรต่อไปสอนให้ใช้พลังจิตออกภายนอก เช่นวิชาคงกระพัน วิชาดันพิษร้อนนํ้าที่กำลังเดือดให้ตักกินได้ สอนดับพิษโซ่เหล็กที่เผาไฟแดงให้จับและกอบขึ้นได้ เมื่อแน่ใจมั่นใจว่าส่งพลังจิตออกได้แล้ว ก็สอนเชิญคุณพระมารักษาโรคได้โดยไม่ใช้พลังของตน แล้วสอนรักษาโรคต่างๆ ด้วยตนเอง ที่สำคัญ คือให้ลงมือทำ ทำผิดก็ให้แก้ไขให้ถูกต้อง นี่คือ อุบายให้สอนจบได้ในวันเดียวทั้ง ๔ ขั้น.
“อย่าใช้ก่อนหา อย่าว่าก่อนเห็น”

ที่มา:ชม สุคันธรัต

เครดิต อ.อ้อม หมอดู บุรีรัมย์พระคาถาคันฉ่องหนุมาน​ ของ​หลวงพ่​อเดิม พุทธสโร วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ตั้ง​นะ​โม ๓ จบ​นะจังงั...
24/02/2026

เครดิต อ.อ้อม หมอดู บุรีรัมย์

พระคาถาคันฉ่องหนุมาน​ ของ​หลวงพ่​อเดิม พุทธสโร วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์

ตั้ง​นะ​โม ๓ จบ

​นะจังงัง โมจังงัง พุทหลงใหล ธาปฏิพัทธ์ ยะยินดี
โอม สิทธิสวาหะสวาโหม

พระ​คาถา​บทนี้เด่นด้านเสริมสง่าราศี
​บทนี้ใช้สวดเวลาแต่งตัว หรือตอนส่องกระจกก่อนออกจากบ้าน เพื่อให้หน้าตาดูผ่องใส มีราศี ใครเห็นก็ทัก ใครเห็นก็ชม
ภาวนา​ ๓ จบแล้วเป่าใส่กระจก หรือเป่าที่มือแล้วลูบหน้า ๓ ครั้ง

เครดิต เพจพระเวทย์แห่งสยามคาถาหัวใจโลกธาตุ ตั้งนะโม 3 จบ“อิทธิชันโต ชิโตอิทธิ ชันโตโลกะ ธาตุมะหิ อัตถะภาเวนัง นาทะยิ”คำว...
22/02/2026

เครดิต เพจพระเวทย์แห่งสยาม

คาถาหัวใจโลกธาตุ

ตั้งนะโม 3 จบ

“อิทธิชันโต ชิโตอิทธิ ชันโตโลกะ
ธาตุมะหิ อัตถะภาเวนัง นาทะยิ”

คำว่า “ธาตุ” ในพระคาถา ให้อ่านว่า ทา-ตุ

อุปเท่ห์การใช้พระคาถานี้ มิได้มีตำราระบุตายตัว เข้าใจว่าใช้ได้ครอบจักรวาล ใช้แก้ไขในเรื่องเหนือปกติวิสัย ใช้แก้ไขในเรื่องยาก เป็นต้น ท่านผู้สนใจในการใช้พระคาถาต่างๆ เมื่อเข้าเหตุคับขัน ไม่มีพระคาถาใดจะใช้ได้ตรง อาจเลือกภาวนาพระคาถานี้ และขอบารมีหลวงปู่ยิ้มช่วยเหลือเถิด

บทพระคาถานี้แต่เดิมหลวงปู่ยิ้มใช้ลงตะกรุด ครูบาอาจารย์ภายหลังใช้ภาวนาจนเกิดสมาธิ มีฤทธิ์อำนาจตามแต่จะอธิษฐาน

หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว กาญจนบุรี

หลวงปู่ยิ้มเป็นพระเถราจารย์ชื่อดังยุคก่อน ทรงอภิญญาสูง สำเร็จสรรพวิชาฤทธิ์ต่างๆ

หลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า ผู้ถ่ายทอดวิชาอาคมต่างๆ จนหมดไส้หมดพุงให้แก่กรมหลวงชุมพรฯ ยังยกย่องสรรเสริญ ได้แนะนำกรมหลวงชุมพรฯว่า หากจะให้เยี่ยมยุทธยิ่งๆขึ้นไป ต้องไปเรียนวิชากับหลวงปู่ยิ้ม กรมหลวงชุมพรฯ พร้อมผู้ติดตามจึงดั้นด้นไปกราบหลวงปู่ยิ้ม

แรกเริ่มเมื่อกรมหลวงฯได้เจอหลวงปู่ยิ้ม ท่านแสดงฤทธิ์ด้วยธาตุ 4 ให้ดู และให้กรมหลวงฯกลับไปฝึกเพ่งกสิณไฟจนสำเร็จ เพ่งจนไส้เทียนขาด-เทียนระเบิด เพราะหากใครจะไปเรียนวิชากับท่านได้ ต้องเพ่งเทียนให้ดับ ท่านจึงจะถ่ายทอดวิชาให้

เล่ากันว่า

กรมหลวงฯทรงมีพระขรรค์โสฬสประจําพระองค์ โดยได้รับมาจากหลวงปู่ศุข ครั้งหนึ่งหลวงปู่ยิ้มได้ชวนไปทํามีดหมอ 2 เล่ม บริเวณเขาชนไก่ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 7 วันจึงแล้วเสร็จ หลังจากนั้นกรมหลวงฯจึงลากลับ หลวงปู่ยิ้มได้ถวายมีดหมอดังกล่าวเล่มหนึ่งให้

เมื่อทรงรับมาแล้วระหว่างเดินทางกลับทางเรือ เกิดนึกสนุกหยิบมีดขึ้นมาดู พร้อมกับพึมพําว่า มีดอะไรไม่เห็นจะสวย ประจวบกับพระองค์ทรงมีสุดยอดพระขรรค์โสฬสในตํานานจากหลวงปู่ศุขอยู่ก่อนแล้ว จึงโยนมีดของหลวงปู่ยิ้มลงแม่นํ้า สักพักมหาดเล็กต่างก็โหวกเหวก จนกรมหลวงฯต้องออกมาจากเรือแล้วถามว่าเกิดอะไร มหาดเล็กชี้ไปที่ท้ายเรือ สร้างความแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อพบว่ามีดเล่มดังกล่าวได้ว่ายทวนกระแสนํ้า ตามเรือเสด็จ สักพักก็จมหายไปกับท้องนํ้า พระองค์จึงต้องสั่งให้เดินเรือกลับสู่วัดอีกครั้งเพื่อขอขมาหลวงปู่

เครดิตจากเพจ ตามรูปเสกหนุมานโอมพระลักษณ์ พระราม หนุมาน พระฤาษี ทั้ง ๔ ตนนี้ผู้มีศักดิ์ยิ่งกว่าฝูงยักษ์ฝูงเทวา พระมหาฤาษี...
22/02/2026

เครดิตจากเพจ ตามรูป

เสกหนุมาน

โอมพระลักษณ์ พระราม หนุมาน พระฤาษี ทั้ง ๔ ตนนี้ผู้มีศักดิ์ยิ่งกว่าฝูงยักษ์ฝูงเทวา พระมหาฤาษีตาไฟ พระฤาษีตาวัว พระฤาษีวาสุเทพ พระฤาษีพรหมศร เธอจึงมาชุมนุมกัน ชุบปลุกเลขยันต์ กลคาถาเสกปลุกหนุมานให้มีฤทธิ์เป็นเลิศพุทธัง ธัมมัง สังฆัง รักษานะพะทะนะ นะมะอะอุไตรทั้ง

สวัสดิไชยโสภา เธอจึงจะใช้ให้ไปปราบเมืองนครลงกาทั้งเมืองอินทร์เมืองพรหมก็กลัวกูอยู่ขยาดด้วยอำนาจกูผู้ชื่อหนุมาน บุตรพระราม กูจะเหาะทะยานเที่ยวล่องหน ครั้นกูพบยักษาเทวา มนุษย์คนกูจะทุบกูจะตีกูจะขยี่จงแหลก กูจะแบกกูจะกัดกูจะมัดกูจะลอง กูจะฟาดด้วยจักร ตรีศูนย์ขนเพชร และพระขรรค์ กูจะรัดด้วยตะบองเพ็ชร์ให้ยับย่อย กูจะเอาเขี้ยวแก้วกุนทนและฟันมาเป็นขนันตนกู ครูกูชื่อพระพิรอด พระอาทิตย์ พระพาย เธอจึงใช้กูลอดรั้วไม้ไผ่ และไม้แก่น ทั้งตะรางเหล็กและตะรางทองแดงก็บ่มิได้ขัดข้องทั้งขวากหนามและไผ่ชัฎก็มาย่อยยับหลีกหนี พระฤาษีทั้ง ๕ จึงให้ประสิทธิแก่กู สวาหะสวาโหม โอมสิทธิสวาหะนะมะพะทะ วิงวังกังหะ นะสังสะตัง หะนุมานะ อิติ

21/02/2026

เครดิต เพจคาถาครูพักลักจำ
พระคาถา พรท้าวมหาพรหม

ตั้งนะโม 3 จบ ต่อด้วย บทไตรสรณคมน์

ขึ้นด้วย เตสังอัมหากัง(อันนี้ให้ตนเอง)
ถ้าจะให้แก่คนอื่น ว่า ตุมหากัง.

ทีฆายุกา มะหาเตชา มะหาปัญญา มะหาโพคา มะหายะสา มะหาลาภา ปัญจะวีสะติ พยัญจะทะวัตติงสะ ฉันนะวุติโรคัญจะ โสฬะสะ อุปัททะอันตะรายัญจะ อัตชัตติกะอันตะรายัญจะ พาหิระระอันตะรายัญจะ วิระหิตะวาโหตุ ยาวะชีวัง ภะวิสสะตีติ

#พระคาถานี้ ทำน้ำมนต์ อาบ กิน และให้พรแก่ผู้อื่นได้
จะเกิดความสุข ความเจริญด้วยลาภยศและปราศจากอันตรายทั้งปวง

ตำรา ปิดทวารทั้ง 9

ตั้งนะโม 3จบ บูชาพระรัตนตรัย ไตรสรณคม
ว่า สัคเคชุมนุมเทวดา

พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา
พุทโธพุทธังจะปาการัง จงมาบังกายา
ธัมโมธัมมังจะปาการัง จงมาบังกายา
สังโฆสังฆังจะปาการัง จงมาบังกายา
ปิดตุอุดทั้งทวารังนะอะพุทอุดทั้งทวารังอัด
ธรรมอุดทั้งทวารังอัด สังฆังอุดทวารังอัด
อุดทั้งอัดโธ นะโมพุทธายะ นะอยู่เบื้องซ้าย โมอยู่เบื้องขวา พุทอยู่หน้า ธาอยู่หลัง ยะอยู่กระหม่อม โสภะคะวา
แวดล้อมตัวข้าพเจ้าไว้ เมื่อหลับ เมื่อตื่น อะระหังวันทามิสัพพะทาฯ

#สรรพคุณ ไว้ป้องกันตัวเอง จากสิ่งไม่ดี คุณคน คุณมนต์ กันการกระทำทุกๆอย่าง อาถรรพ์ และกันการคัดถอนวิชา

#คาย ดอกไม้ธูป เทียน หมากพลู ผ้าขาวม้า เงิน9บาท
#หากมันผู้ได้นำไปใช้ในทางที่ผิดขอให้ชีวิตชิบหาย
#ไม่ยกครูหรือยกไม่ถูกขอให้ต้องธรณีสารผิดครู
#ไม่แก้ไม่ช่วยแจ้งครบแล้ว

วิชาสายวัดประดู่ทรงธรรม เผยแผ่แก่คนรุ่นหลังนำไว้

เครดิต คุณป๊อก เบญจบารมี💡 ตำแหน่ง “จุดไข่ปลา” ของพระรุ่นอนุสรณ์ในแต่ละรุ่นจะอยู่คนละตำแหน่งกัน ถ้ายังจำพิมพ์ไม่ได้ ลองจำ...
21/02/2026

เครดิต คุณป๊อก เบญจบารมี

💡 ตำแหน่ง “จุดไข่ปลา” ของพระรุ่นอนุสรณ์ในแต่ละรุ่นจะอยู่คนละตำแหน่งกัน ถ้ายังจำพิมพ์ไม่ได้ ลองจำตำแหน่งจุดไข่ปลาดู ก็น่าจะจำง่ายขึ้นมาอีกหน่อยนะครับ 😊

เครดิต เพจ คาถาครูพักลักจำ🍀คาถามหาเศรษฐี“จัตตาโร สติปัฏฐานา จัตตาโร อิทธิปาทา สัมมาอาชีโว”(สวด ๓ จบ)“มะณีจินดา ปิยังปัญจ...
12/02/2026

เครดิต เพจ คาถาครูพักลักจำ

🍀คาถามหาเศรษฐี

“จัตตาโร สติปัฏฐานา จัตตาโร อิทธิปาทา สัมมาอาชีโว”
(สวด ๓ จบ)

“มะณีจินดา ปิยังปัญจะธานัง ยะสังทาสา ทาสี โกมัง ปะสันติ เสน่หัง
มาตาปุตตังวะโอระสัง สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพเพปุริสา
พะหูปริสา สัพเพอิตถี พะหูอิตถี สารังเจนัง ภะวันตุเม”

(สวด ๓ จบ)

“เวทาสากุ กุสาทาเว ทายะสาตะ ตะสายะทา สาสาทิกุ กุทิสาสา กุตะกุภู ภูกุตะกุ”
(สวด ๓ จบ)

ให้ไว้​เป็น​แนวทาง​คับ

ที่อยู่

Bangkok
76130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Bangkok park Amuletsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Bangkok park Amulets:

แชร์